10 อันดับเพลงนมัสการพระเจ้ายอดเยี่ยม

นิตยสาร ChristianityToday ได้สำรวจความนิยมต่อเพลงนมัสการ นี่คือ 10 อันดับเพลงนมัสการพระเจ้ายอดเยี่ยม ที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้ฟัง การนมัสการนำมาซึ่งการทรงสถิตย์ของพระเจ้า พระองค์ทรงเปลี่ยนเศร้าโศก ให้เป็นความชื่นชมยินดี และประทานความหวังใจให้กับเรา 10 อันดับเพลงนมัสการยอดเยี่ยมต่อไปนี้ ส่วนใหญ่เป็นเพลงที่เราคุ้นหูและร้องถวายพระเจ้ากันอยู่แล้ว

1. Amazing Grace (พระคุณพระเจ้า ) แต่งโดย จอห์น นิวตัน

คำนำของหนังสือ John Newton and the English Evangelical Tradition เขียนโดย ดี. บรูซ ไฮนด์มาร์ช กล่าวถึงเพลง Amazing Grace ไว้น่าสนใจ ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัวที่สูญเสียพ่อแม่ ญาติพี่น้อง คนรัก มิตรสหาย จากอุบัติเหตุสายการบิน สวิสส์แอร์ ตกลงในมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งเมืองโนว่า สโคเทีย ประเทศแคนาดา ปี 1998 ทำให้ผู้โดยสารและลูกเรือ 229 คน เสียชีวิตหมดทั้งลำ

Leann Rimes – Amazing Grace

บรรดาครอบครัวที่สูญเสีย ยืนรวมกันที่หมู่บ้านเล็กๆ ชื่อ Peggy’s Cove สายตาของพวกเขามองข้ามโขดหิน ไปยังมหาสมุทรเบื้องหน้าที่ที่บรรดาคนรักของพวกเขาได้จากไป ท่ามกลางความเศร้านั้น พวกเขาพร้อมใจกันร้องเพลง Amazing Grace เสียงเพลงดังไปทั่วชายฝั่งแห่งนั้น ยามชายฝั่งรวมทั้งหน่วยกู้ภัย ต้องหยุดทำงาน ยืนสงบนิ่งจนกระทั่งเพลงนี้ร้องจบลง ถ้าจอห์น นิวตัน ยังอยู่ เขาคงมาร่วมร้องเพลงนี้ด้วย

จอห์น นิวตัน (ค.ศ.1725-1807) ชาวอังกฤษ อดีตผู้คุมเรือขนทาสจากอัฟริกา ไปขายที่อเมริกาในศตวรรษที่ 18 คืนหนึ่งบนเรือในปี 1747 ท้องฟ้าปั่นป่วนจากพายุ นิวตันอ่านหนังสือเรื่อง The Imitation of Christ เขียนโดย โธมัส เอ เคมพิส กับวลีที่ว่า “ความไม่แน่นอนในชีวิตที่ดำเนินอยู่”ตามด้วยพระธรรมสุภาษิต “เพราะเราได้เรียกแล้ว และเจ้าปฎิเสธ…ฝ่ายเราจะหัวเราะเย้ยความหายนะของเจ้า ….”ทำให้นิวตันกลับใจ ยอมสยบกับพระเจ้า

อีกหลายปีต่อมา นิวตันทิ้งทะเลไว้เบื้องหลัง หันมารับใช้พระเจ้าแทน เพลง Amazing Graceเป็น 1 ใน 281 เพลงนมัสการที่นิวตันเขียนขึ้นมาเนื้อหาของบทเพลงส่วนหนึ่งมาจากชีวิตของนิวตันและมีพื้นฐานจากเพลงสดุดีโมทนาของดาวิด ใน 1 พงศาวดาร 16, 17

2. How Great Thou Art ( พระเจ้ายิ่งใหญ่ ) แต่งโดย คาร์ล โบเบิร์ก

ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยสด จู่ๆ พายุฝนก็เกิดขึ้นหลังจากพายุผ่านไป ทุกอย่างกลับมาสวยสดเหมือนเดิม นี่เป็นแรงบันดาลใจให้ คาร์ล โบเบิร์ก (ค.ศ.1859 – 1940) ศิษยาภิบาลชาวสวีเดน แต่งเพลงนี้ในปี 1886 โดยแต่งเป็นโคลงชื่อ “O Great God”

Carrie Underwood – How Great Thou Art

ต่อมาเพลงนี้ถูกแปลเป็นภาษาเยอรมัน รัสเซีย ตามลำดับ บาทหลวง สจ๊วร์ต เค.ฮิน, มิชชั่นนารีชาวอังกฤษในยูเครน

ชอบร้องเพลงนี้ในภาษารัสเซีย ร่วมกับภรรยาของเขา ในที่สุดท่านก็แปลเพลงนี้เป็นภาษาอังกฤษและแต่งเพิ่มในปี 1948

เพลงนี้ได้รับความนิยมในอเมริกาเหนือ ในคอนเสิร์ต Billy Graham crusades ช่วงทศวรรษที่ 50 จอร์จ เบเวอรี่ เชีย จำได้ว่าเขากับวงประสานเสียงร้องเพลงนี้ 99 ครั้ง ในการประชุมที่นิวยอร์ค เมื่อปี 1957

3. Because He Lives ( เพราะพระองค์ทรงอยู่ ) แต่งโดย วิลเลี่ยม เจ. ไกเธอร์

ในปี 1969 วิลเลี่ยม (หรือ บิล) และกลอเรีย ไกเธอร์ ภรรยา เพิ่งจะผ่านพ้นความเศร้าที่สูญเสียลูกสองคนแรกไป และรอคอยการคลอดลูกคนที่ 3 ของพวกเขา แต่การคลอดในครั้งนี้ดูอะไรไม่พร้อมไปเสียหมด กลอเรียสุขภาพไม่ดีจากการคลอดลูกคนก่อน นอกจากนั้น บิลยังมีอาการติดเชื้อ…ปัญหาสุขภาพไม่ใช่เรื่องเดียวที่พวกเขาเผชิญอยู่ การหย่าร้างของคนในครอบครัว ความร้าวฉาวกับเพื่อนสนิท รบกวนจิตใจพวกเขาอย่างหนัก ทั้งคู่จมอยู่ในความทุกข์เศร้า เพื่อนสนิทคนหนึ่งอธิษฐานขอความเชื่อให้กับพวกเขา

Because He Lives

คำอธิษฐานของเพื่อนสนิทคนนั้น ทำให้บิลและกลอเรียระลึกถึง พระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นพระผู้ช่วยในชีวิต การฟื้นคืนพระชนม์ของพระคริสต์ ทำให้พวกเขามั่นใจและกล้าฝากอนาคตไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์ มิถุนายน ปี 1970 เบนจามิน ทารกเพศชายสุขภาพแข็งแรง ได้ถือกำเนิดขึ้น ทำให้พวกเขาเกิดแรงบันดาลใจเขียนเพลง Beacause He Lives ขึ้นมา

4. Great Is Thy Faithfulness แต่งโดย โธมัส โอบาเดีย คิสโฮล์ม

โธมัส โอบาเดีย คิสโฮล์ม (ค.ศ.1866 -1960) ตัวแทนขายประกันชาวอินเดียนน่าฝึกปรือการเขียนจากงานหนังสือพิมพ์ ในเมืองแฟรงคลิน รัฐเคนทัคกี้ก่อนจะถวายตัวรับใช้พระเจ้าที่โบสถ์Pentecostal Herald นิกาย Methodismต่อมาโธมัสลาออก เพราะสุขภาพไม่ดี และเริ่มงานขายประกันในปี 1909 แต่ก็ยังแต่งกลอนและเพลงต่อไป เขาแต่งเพลง Great is Thy Faithfulness ในปี 1923

“Great Is Thy Faithfulness” By Wes Hampton

5. The Old Rugged Cross (ไม้กางเขนโบราณ) แต่งโดย จอร์จ เบนนาร์ด

จอร์จ เบนนาร์ด (ค.ศ. 1873 -1958) เกิดที่เมืองยังสทาวน์ รัฐโอไฮโอ เข้าร่วมกับกลุ่ม The Salvation Army ตั้งแต่เป็นวัยรุ่นหลังพ่อเขาเสียชีวิต โดยรับใช้อยู่ที่ Methodist Episcopal Church และนำการฟื้นฟูมาสู่มิชิแกนและนิวยอร์ก ระหว่างอยู่ที่เมืองอัลไบออน รัฐมิชิแกน เบนนาร์ดได้รับการดลใจให้ แต่งทำนองเพลง The Old Rugged Cross แล้วแต่งเนื้อทีหลัง เขารู้ว่าแต่งเพลงนี้เสร็จแล้ว เมื่อเนื้อเพลงแทรกซึมไปทุกอณูของจิตใจเกิดความอิ่มเอิบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเพลงนี้ถูกนำมาเล่นครั้งแรกในการประชุมฟื้นฟู ที่เมืองโพคากอน รัฐมิชิแกน เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 1913 และกลายเป็นเพลงนมัสการที่ได้รับความนิยมสูงในอเมริกา

Old Rugged Cross

6. What a Friend We Have in Jesus (มีสหายเลิศคือพระเยซู) แต่งโดย โจเซฟ สไครเวน

เนื้อเพลงนี้ถูกจารึกลงบนอนุสาวรีย์ ใกล้กับ Port Hope เมือง Ontario ประเทศแคนาดา

และอุทิศให้กับผู้ประพันธ์ โจเซฟ สไครเวน (ค.ศ.1819 -1886) ชาวไอริช ทุกอย่างในชีวิตกำลังไปได้ดี จนกระทั่งในคืนก่อนวันแต่งงานคู่หมั้นของสไครเวนประสบเหตุหล่นจากหลังม้า ตกลงไปในแม่น้ำและจมน้ำตาย เพื่อหนีให้ห่างไกลความเศร้า สไครเวนจึงย้ายไปอยู่ที่แคนาดา

เนื้อเพลง What a Friend in Jesus ถูกแทรกเข้าไปในจดหมายที่เขาเขียนถึงแม่ที่ป่วยหนัก เพื่อปลอบโยนใจเธอ

เมื่อไอร่า แซนคีย์ ผู้นำนมัสการของ ดี.แอล. มูดี้ พบเนื้อเพลงนี้โดยบังเอิญเขาเลยแต่งทำนองเพลงให้ และกลายเป็นเพลงดังชั่วข้ามคืน

Patti Page – What A Friend We Have In Jesus

7. To God Be the Glory แต่งโดย แฟนนี่ ครอสบี้

การเป็นคนตาบอดไม่ให้ปิดกั้น แฟนนี่ ครอสบี้ (ค.ศ.1820 – 1915) สตรีชาวอเมริกันในการแต่งเพลงนมัสการ เธอแต่งเพลงนมัสการมากว่า 9,000 เพลง นอกจากความเป็นอัจฉริยะในการแต่งเพลงแล้ว ครอสบี้ยังมีความจำเป็นเลิศอีกด้วย

เธอแต่งเพลง To God Be the Glory ในต้นปี 1870

Sissel – My Tribute (To God Be The Glory)

8. Majesty แต่งโดย แจ๊ค เฮย์ฟอร์ด

ในปี 1977 แจ๊ค เฮย์ฟอร์ด ศิษยาภิบาลชาวอเมริกัน และภรรยาเดินทางท่องเที่ยวอยู่ในสก๊อตแลนด์ และอังกฤษที่พระราชวัง Blenheim ซึ่งสร้างในศตวรรษที่ 18 แจ๊คสรุปความงดงามใหญ่โตของสถานที่ที่ไปเยือน

ด้วยข้อความประโยคหนึ่งว่า “มีสิ่งที่สง่างามสูงสุด (Majesty) เหนือสิ่งเหล่านี้ทั้งปวง”ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เขาแต่งเพลงนี้ขึ้นมา

Majesty

9. Shout to the Lord แต่งโดย Darlene Zschech

ดาร์ลีนเขียนเพลง Shout to the Lord เมื่อปี 1993 ในขณะที่ท้อแท้ใจอย่างที่สุด เธอและสามีมีลูกด้วยกัน 2 คน ทั้งคู่กำลังมีปัญหาเรื่องการเงิน ดารืลีนขังตัวเองอยู่ในห้องที่มีเปียโนตั้งอยู่ แล้วบทเพลงแห่งความจริง “ภูเขาสายน้ำแสนชื่นบาน ยอพระนามของพระองค์…” ก็หลั่งไหลออกมา ดาร์ลีนร้องเพลงนี้ถวายพระสันตะปาปา, ประธานาธิบดีสหรัฐ และการประชุมทั่วโลก

“Shout to the Lord” จากผลงานการร้องและประพันธ์ของ Darlene Zschech เมื่อปี 1993, ได้รับความนิยมจากชาวคริสเตียนที่นำไปร้องเกือบทุกโบสถ์และกลายเป็นเพลงที่ได้รับความนิยมนำไปบันทึกจากหลายนักร้องในเวลาต่อมา และที่ชนชาวอเมริกันกล่าวขวัญถึงเมื่อรายการวาไรตี้โชว์ อเมริกันไอดอล ซีซั่นที่ 7 นำไปเป็นเพลงบังคับให้ 8 คนสุดท้ายที่ได้เข้ารอบ ร่วมกันร้องเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2008 และ The Billboard Hot 100 จัดอันดับให้เพลงนี้ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 43 เมื่อ วันที่ 26 เมษายน 2551

Shout To The Lord – American Idol

10. Holy, Holy, Holy แต่งโดย เรจินัลด์ เฮเบอร์

เพลงนี้บางครั้งเรียกว่าการถอดความพระธรรมวิวรณ์ 4 : 8-11 เรจินัลด์ เฮเบอร์ (ค.ศ.1783 -1826) ชาวอังกฤษ

แต่งเพลงนี้ให้กับหนังสือ Trinity Sunday ซึ่งตีพิมพ์ในปี 1826

Holy Holy Holy accapela

http://www.snr.ac.th/wita/Music/10christian_songs.htm

Advertisements
เรื่องนี้ถูกเขียนใน ประวัติเพลง และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s